ปิดฉากตำนานขุนเข่า! "ชูเจริญ ดาบรันสารคาม" ประกาศแขวนนวมในวัย 33 ปี ด้าน "ผู้กองรัน" จัดเลี้ยงอำลาสุดซึ้ง
วงการมวยไทยร่วมส่งท้ายและจารึกการอำลาสังเวียนของยอดฝีมือระดับประเทศ เมื่อ ชูเจริญ ดาบรันสารคาม ยอดมวยเข่าชื่อดังแถวหน้าของเมืองไทย ได้ตัดสินใจประกาศแขวนนวมอย่างเป็นทางการในวัย 33 ปี ปิดฉากเส้นทางพ่อค้ากำปั้นที่สร้างชื่อเสียงและเกียรติประวัติมาอย่างยาวนาน โดยล่าสุดทางแคมป์ค่ายมวยดาบรันสารคาม ได้จัดงานเลี้ยงอำลาส่งท้ายให้กับนักชกคู่บุญรายนี้อย่างอบอุ่นและสมเกียรติยศนักสู้
บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความตื้นตัน โดยมีไฮไลต์สำคัญที่เรียกน้ำตาและความซาบซึ้งจากคนในวงการ คือคำกล่าวเปิดใจจาก "ผู้กองรัน" ร้อยตำรวจเอก นิรันดร์ ยศพล หัวหน้าค่ายมวยดาบรันสารคาม ผู้เปรียบเสมือนพ่อคนที่สอง ซึ่งได้ฝากวลีเด็ดสะกิดใจสะท้อนสายใยแห่งความผูกพันว่า:
"นายลืมปืนก็ยังเหลือลูกน้อง แตถ้านายลืมลูกน้องก็จะไม่เหลือใครเลย" คำกล่าวนี้แสดงให้เห็นถึงความรักและความรับผิดชอบของหัวหน้าค่ายที่มีต่อลูกศิษย์ที่ร่วมทุกข์ร่วมสุข ฝ่าฟันอุปสรรคมาด้วยกันจนประสบความสำเร็จ นับเป็นการรูดม่านปิดตำนาน "ขุนเข่าเมืองมหา" ลงอย่างงดงามบนวิถีแห่งสุภาพบุรุษนักสู้
[ เกร็ดมวย เซียนมวย ]
- ชูเจริญ จัดเป็นมวยสไตล์ "ขุนเข่าลอยลม" ที่มีรูปร่างสูงยาว มีจุดเด่นที่สุดคือลูกแทงเข่ายัดไส้ที่รุนแรง การไล่แขนขวางหน้าแทง และหัวใจนักสู้ที่เหนียวแน่น ในช่วงพีกที่สุดของอาชีพเขาเคยปะทะกับยอดมวยระดับพระกาฬมาแล้วทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็น แสงมณี, ธนญชัย, หรือ ยอดเหล็กเพชร และเคยครองแชมป์รุ่นใหญ่อันทรงเกียรติของเวทีลุมพินี ถือเป็นมวยพิกัดใหญ่ที่หาตัวจับยากมากในยุคหนึ่ง
ข่าวอื่น ๆ
อำลาสังเวียน! "ชูเจริญ" แขวนนวม "ผู้กองรัน" จัดงานเลี้ยงส่งท้าย
ไร้ทางสู้! "บิวอล" ไล่ถลุง "ไอเฟิร์ต" ฝ่ายเดียว ป้องกันบัลลังก์ไลต์เฮฟวี่เวตสำเร็จ
เผยสูตรลับลับ! "สุริยันต์เล็ก" ชุบตัวแช่สมุนไพร ฟื้นฟูร่างกายเตรียมล่าชัยไฟต์ต่อไป
ผลมวยศึกแอดสันป่าตอง ซุปเปอร์ไฟท์ ประจำวันจันทร์ที่ 1 มิถุนายน 2569
แฟนมวยส่งใจเชียร์! ‘โสมรัศมี’ หน้าสปอตไลท์ จ่อคิวชิงเข็มขัดแชมป์โลก YOKKAO
จากเกือบเลิกชก! ‘สิงห์สุราษฎร์’ กดน็อกยก 4 ป้องแชมป์ RWS จ่อแท่นมวยเงินล้าน
ร้อนแรงฉุดไม่อยู่! "แก่นศักดิ์" ซิวชัย 4 ไฟต์รวด ประกาศล่าแชมป์ RWS เต็มตัว
"ยอดขุนพล" ชน "เซมิห์ชาห์" เปิดตัวศึก ONE ลุมพินี 160
เดือดแน่! "คิริล" ประกาศท้าชน "ตะเภาแก้ว" ล่าบัลลังก์แชมป์เวทีราชดำเนิน